วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

รู้ลึก รู้จริง เรื่อง microSD card และเทคนิคการเลือกซื้อ

หน่วยความจำสำหรับโทรศัพท์มือถือ

microSD cardเนื่องจากหน่วยความจำที่มากับโทรศัพท์ทั่วไป หรือสมาร์ทโฟน ส่วนใหญ่จะมีจำนวนไม่มากนัก ดังนั้น การเพิ่มหน่วยความจำภายนอกให้โทรศัพท์ของเรา ก็จะทำให้เรามีพื้นที่ในการเก็บรูปภาพ หรือแม้กระทั่งวีดีโอได้มากขึ้น บางคนถึงกับเก็บข้อมูลต่างๆ บนโทรศัพท์เลยทีเดียว และโทรศัพท์ส่วนใหญ่ก็รองรับหน่วยความจำที่ชือว่า microSD card
บทความนี้จะทำให้คุณสามารถเลือกซื้อ microSD card ได้ถูกต้อง

MicroSD card คืออะไร

อุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล แบบ nand Flash Memory ที่มีการนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์หลายอย่าง เช่น กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งแท็บเล็ต สาเหตสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ MicroSD เป็นที่นิยม คือ ราคาที่ค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับหน่วยความจำอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการพัฒนา MicroSD ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของความเร็วในการบันทึก ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น Class

Class กับความเร็วในการบันทึกข้อมูล

  • Class 2 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 2 MB / วินาที
  • Class 4 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 4 MB / วินาที
  • Class 6 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 6 MB / วินาที
  • Class 10 โอนถ่ายข้อมูลขั้นต่ำได้ที่ความเร็ว 10 MB / วินาที
จะเห็นได้ชัดว่า MicroSD แต่ละ Class จะมีความเร็วต่างกัน ดังนั้น ราคาก็จะแตกต่างกันด้วย?
SD/SDHC, MicroSD/MicroSDHC ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยความจำแบบ MLC (Multi-level Cell) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://en.wikipedia.org/wiki/Flash_memory) ซึ่งจะสามารถเขียนข้อมูลลงได้เพียง 5,000 – 10,000 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่สามารถเขียนข้อมูลลงในนั้นได้ นั้นหมายความว่า จะไม่สามารถเซฟอะไรได้เลย

หลักการเลือกซื้อ SD/SDHC, MicroSD/MicroSDHC

1.  เลือกความจุที่คุณต้องการ
สำหรับ  SD/SDHC : 2GB, 4GB, 8GB, 16GB, 32GB
สำหรับ micro SD/SDHC : 2GB, 4GB, 8GB, 16GB
หากเอาไว้สำหรับจดชื่อที่อยู่ บันทึกอะไรเล็กๆ น้อยๆ แค่ 2GB Class 2-4 ก็เพียงพอ
หากเอาไว้สำหรับบันทึกรูปและเพลง แนะนำที่ 4GB – 8GB Class 6
หากเอาไว้สำหรับบันทึกรูป, เพลง และ วีดีโอ แนะนำ 16GB – 32GB Class 6-10 ถ้าเป็นวีดีโอแบบ FULL HD แนะนำอย่างยิ่งที่ class 10
2.  ตรวจสอบดูว่า ยี่ห้อสินค้า หรือ ผู้ผลิต มีรายชื่ออยู่ใน List รึเปล่า โดยเช็คได้ที่เว็บนี้  https://www.sdcard.org/about_sda/member_companies/ 
ถ้าสินค้าที่คุณกำลังเลือกซื้อ ไม่มีรายชื่ออยู่ใน List “ห้ามซื้อ เด็ดขาด” เนื่องจากการผลิตในคุณภาพต่ำ, ลดระดับหน่วยความจำลง หรือความเร็วในการรับ – ส่ง ข้อมูลทำได้ช้า บางทีอาจจะทำความเสียหายให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกของคุณได้
3. เช็ค “Condition” ให้เลือกเป็น New เท่านั้น ถามเป็น Used นะ เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้น ว่าการเขียนข้อมูลมันมีได้จำกัด เผื่อซื้อๆ มาแล้วใช้ไปได้ไม่กี่ครั้งก็ใช้ต่อไม่ได้ มันจะไม่คุ้มเอา
4.ตรวจสอบ Packaging ให้ดี ทางที่ดีไม่ควรซื้อแบบ  Used หรือ Open-Boxed แนะนำให้ซื้อแบบ Sealed pack ดีกว่า หากมีเครื่องหมายการันตีว่ารับประกันสินค้าด้วยยิ่งดีมาก ส่วนมากเดี๋ยวนี้ก็รับประกันกันแบบ Lifetime เลยทีเดียว 
เพียงเท่านี้เราก็สามารถกรอง SD/SDHC, MicroSD/MicroSDHC ปลอมๆ ได้บ้างแล้ว 
ที่สำคัญควรมีการ backup ข้อมูลในการ์ดไว้เสมอ เพราะเราก็อาจจะเจอเหตุการณ์ที่ว่า เมมเสีย เซฟไม่เข้า มีปัญหา เข้ามาได้เหมือนกัน อย่างที่บอกไปว่าความสามารถในการเขียนข้อมูลของมันจะลงได้เพียง 5,000 – 10,000 ครั้งเท่านั้น แม้ประกันจะเป็นแบบ L/T หากข้อมูลสำคัญสูญหายไปก็ไม่มีความหมาย ด้วยรักและเป็นห่วงจาก Bestbuycom

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Kingston เปิดตัว MicroSD 32 GB รองรับสมาร์ทโฟนได้ดีเยี่ยม

การ์ดใหม่รองรับสมาร์ทโฟนได้ดีเยี่ยม
ดีไซน์เพื่อคอกล้องดิจิตอล SLRs ระดับไฮเอนด์


คุณสมบัติและข้อมูลจำเพาะของ การ์ด microSDHC ควมจุ 32GB ของคิงส์ตัน
 
    * ใช้งานดีเยี่ยม : ด้วย มาตรฐานการผลิต SD Specification Version 2.00 (Class 4)
    * เอนกประสงค์ : เมื่อรวมกับอะแดปเตอร์ สามารถใช้เป็น SDHC ขนาดเต็มการ์ด
    * การทำงานร่วมกันได้ : กับอุปกรณ์โฮสต์ microSDHC แต่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์/เครื่องอ่านที่ใช้การ์ด microSD แบบมาตรฐานได้
    * ระบบไฟล์ : FAT32
    * ความน่าเชื่อถือ : รับประกันตลอดอายุการใช้งาน
    * ความจุ *: 4GB, 8GB, 16GB, 32GB
    * ขนาด  : 0.43" x 0.59" x 0.039" (11 มม. X 15 มม. X 1 มม.)
    * ความเร็ว : ระดับคลาส 4 อัตราการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุด 4 MB/ วินาที
    * อุณหภูมิขณะทำงาน : -13? F ถึง 185? F (-25? C ถึง 85? C)
    * อุณหภูมิในการจัดเก็บ : -40? F ถึง 185? F (-40? C ถึง 85? C)



Kingston microSDHC 32GB Class 4 Card
หมายเลขชิ้นส่วนความจุและคุณสมบัติ
SDC4/32GBSP32GB Class 4 microSDHC Card (เฉพาะการ์ด)
SDC4/32GB32GB Class 4 microSDHC Card (พร้อม SD อะแดปเตอร์)
SDC4/32GB-2ADP32GB Class 4 microSDHC Card (พร้อม 2 อะแดปเตอร์)
MRG2+SDC4/32GB32GB Class 4 microSDHC Card (พร้อม ตัวอ่านการ์ด)
ตารางการจัดเก็บข้อมูลของคิงส์ตันภาพถ่าย
จัดเก็บภาพถ่าย**1.3MP3MP5MP
2GB Kingston microSD314418081190
4GB Kingston microSDHC628836162380
8GB Kingston microSDHC1257672324760
16GB Kingston microSDHC25152144649520
32GB Kingston microSDHC503042892819040
จัดเก็บเพลง- MP3 & WMA***จำนวนเพลงโดยประมาณ
2GB Kingston microSD380
4GB Kingston microSDHC760
8GB Kingston microSDHC1520
16GB Kingston microSDHC3040
32GB Kingston microSDHC6080
จัดเก็บวิดีโอจำนวนนาทีโดยประมาณ
2GB Kingston microSD136
4GB Kingston microSDHC272
8GB Kingston microSDHC544
16GB Kingston microSDHC1088
32GB* Kingston microSDHC2176



 












































* ความจุบางขนาดที่แสดงรายการไว้จะใช้สำหรับการฟอร์แมตและฟังก์ชันอื่นๆ ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้กับการจัดเก็บข้อมูล หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านคู่มือหน่วยความจำแฟลชของคิงส์ตัน (Kingston’s Flash Memory Guide) ได้ที่ลิงก์ Kingston.com/Flash_Memory_Guide

** จำนวนโดยประมาณของ ไฟล์ภาพ JPEG มาตรฐาน ขนาดไฟล์ JPEG อาจ แตกต่างกันไปตามรุ่นของกล้อง ถ่ายภาพ การตั้งค่า รวมทั้ง ความละเอียดที่ผู้ใช้เลือก และการตั้งค่าโหมดการบีบอัด อุปกรณ์ โฮสต์ บาง ตัว อาจไม่สนับสนุน ความจุการจัดเก็บไฟล์แฟรช

** จำนวนโดยประมาณของเพลง ถือว่าขนาดไฟล์ 4 MB ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอัตราการบีบอัดและอุปกรณ์ที่ใช้

? จำนวนนาทีโดยประมาณของคลิปวิดีโอ ถือว่ารูปแบบ MPEG1 ขนาดไฟล์ 1.5 Mbps ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอัตราการบีบอัดของวิดีโอ


"โทรศัพท์มือถือจึงเป็นอะไรที่มากกว่าเพียงแค่อุปกรณ์ที่เราถือไว้ แต่เรายังใช้เพื่อถ่ายภาพลูกๆ ในงานแข่งกีฬา ใช้ถ่ายวิดีโอกิจกรรมช่วงวันหยุด และโพสต์ตามโซเชี่ยล เว็บไซต์ต่างๆ ทั้งนี้ ความจุ 32GB ของเมมโมรี่ การ์ดรุ่นล่าสุดจะช่วยให้คุณรับมือกับกิจกรรมเหล่านี้ได้ดีเยี่ยม"
 

หากต้องการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นของแท้หรือไม่ Kingston นำเสนอเว็บไซต์สำหรับตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ที่http://www.kingston.com/thailand/verify/default.asp

ที่มา http://www.kingston.com/us/company/press/article/2985


ความเห็นส่วนใหญ่แล้ว No problem ใช้งานได้ดีมากไม่มีปัญหาอะไร ความเร็วก็ได้ตามที่หวัง
สนใจ MicroSD kingston แท้ๆ 4 GB, 8 Gb , 16 Gb ,32 GB

 
เข้าไปเลือกชมได้ที่ คลิก จากร้านอุปกรณ์อมพิวเตอร์มีคุณภาพ ราคาถูกจ้า



ินค้าแนะนำของเรา >>>>>



 

วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ความแรงของ Intel Core i7-870 2.93GHz

Intel Core i7-870 ที่ทางอินเทลส่งให้ทีมงานทดสอบเป็นซีพียู 2 ใน 3 รุ่น ซึ่งใช้โค้ดเนม Lynnfield

 โดยระดับราคา Core i5 ถูกกว่าตัว Core i7 ถึงกว่าสามพันบาท ในระดับความเร็วเท่าๆ กัน 
ตัว Core i7-870 ก็คงเหมาะกับยูสเซอร์ระดับฮาร์ดคอร์มากกว่า กระบวนการผลิตจะเปลี่ยนจาก 65 nm มาเป็น 45 nm ส่งผลให้สามารถใส่ตัวทรานซิสเตอร์ลงไปได้มากกว่าเดิม โดยมีอยู่มากถึง 731 ล้านตัว แต่มีระดับความร้อนที่ลดต่ำลงกว่าเดิม กินไฟน้อยกว่าคือที่ระดับ 95W เท่านั้น รองรับเทคโนโลยี Intel Hyper Threading สำหรับ Core i7-860 และ 870 ที่ 8 Thread

 โดยในรุ่น Core i7-870 ก็สามารถเพิ่มความเร็วขึ้นมาเป็น 3.46GHz และ 3.60GHz  เรียกว่าแต่ละรุ่นสามารถเพิ่มความเร็วจากความเร็วมาตรฐานได้สูงถึงกว่า 600MHz เลยทีเดียว จากเดิมที่ในรุ่นที่แล้วเต็มที่ก็ได้เพียงแค่ 300MHz เท่านั้น 

 ทางด้านเมนบอร์ดที่จะมาใช้กับซีพียูรุ่นนี้ก็จำเป็นต้องเป็น LGA1156 ซึ่งจะมีจำนวนขาที่น้อยกว่าและมีขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงทางด้านชิปเซ็ตก็จะช้ Intel P55 แทน รองรับหน่วยความจำ DDR3 เพียง Dual Channelส่งผลให้มีแบนด์วิธที่ลดน้อยลงกว่าเดิมอยู่เล็กน้อย 


สรุป
LGA1156 คือการนำระบบ LGA1366 มาลดความสามารถลงเล็กน้อย จากการที่ใช้หน่วยความจำแบบ DDR3 Triple Channel ก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ DDR3 Dual Channel และเปลี่ยนจากการใช้ชิปเซต 2ตัว คือมี MCH และ ICH มาเป็นแบบใช้ชิปเซตเดี่ยวตัวเดียว และเปลี่ยนชื่อเป็น PCH แทน ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ก็เพื่อให้ได้ระบบโดยรวมที่ราคาถูกลง ทางอินเทลจะได้ดันแพลตฟอร์มนี้มาแทน LGA775 ที่เป็นเทคโนโลยีเก่าให้หมดไปจากตลาด โดยจะทำให้ผู้ใช้ในกลุ่มระดับกลางถึงล่างทั่วๆไป ได้สัมผัสเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ประสิทธิภาพสูงขึ้น ในราคาที่ใกล้เคียงกับของเดิมนั่นเอง

ด้วยประสิทธิภาพของ Turbo Boost ใน Lynnfield ซ็อกเก็ต LGA1156 ที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมกว่าในตระกูล Bloomfield  ทำให้ไม่จำเป็นต้องมานั่งโอเวอร์คล็อกเลยด้วยซ้ำสำหรับผู้ที่ไม่อยากให้อายุซีพียูลดน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากเปิดเครื่องมาตัวซีพียูก็เพิ่มความเร็วจากเดิมที่ 2.93GHz ก็เพิ่มขึ้นมาสูงสุดเป็น 3.6GHz โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปปรับแต่งค่าผ่านหน้าไบออสแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นมากว่า  600MHz อย่างง่ายๆ สบายๆ และได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของซีพียูในตระกูลนี้อย่างแท้จริง

จากบทความนี้ ไปอ่านเพิ่มเติมได้อีกที่ 
http://www.vmodtech.com/main/article/intel-core-i7-870-intel-core-i5-750-lga1156-first-review/all/1/
http://www.quickpcextreme.com/blog/?p=5122


จะว่าไปแล้วตัวนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนใดสนใจด็สามารถเข้าไปคลิกเยี่ยมชมรายละเอียดกันได้นะจ๊ะ >คลิก 
Core i7 - 870 + Fan (2.93GHz. - Box-Next) จากร้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ราคาถูกมีคุณภาพ